แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กระทรวงไอซีที แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กระทรวงไอซีที แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ไอซีทีจับมือ5 หน่วยงานวางแนวกำกับการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาผ่านอินเทอร์เน็ต

นายสือ ล้ออุทัย ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เปิดเผยว่า ปัจจุบันการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น คณะรัฐมนตรี (ครม.) จึงได้เห็นชอบให้กำหนดยุทธศาสตร์ทรัพย์สินทางปัญญา และแผนเร่งรัดการป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาตามที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์เสนอ โดยมอบหมายให้กระทรวงไอซีทีรับผิดชอบในการเร่งรัดดำเนินการแก้ไขปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต และรายงานความคืบหน้าให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาทราบ ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล จึงได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานกำกับดูแลและเฝ้าระวังการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตขึ้น โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ กระทรวงไอซีที กรมทรัพย์สินทางปัญญา กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ และสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย ร่วมเป็นคณะทำงาน และมีนายอาจิน จิรชีพพัฒนา ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เป็นประธาน

ไอซีทีปิดเว็บแล้วกว่า 50,000 เว็บไซต์ -- ฐานเศรษฐกิจ

ผู้ตรวจราชการไอซีทีเผยเว็บที่ปิดส่วนใหญ่มีเนื้อหาเกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศ รองลงมาคือเว็บที่เกี่ยวกับการพนันและการหมุนเวียนเงินตราระหว่างประเทศ ตามมาด้วยเว็บที่มีเนื้อหาลามกอนาจาร

เว็บไซต์ฐานเศรษฐกิจรายงาน พ.ต.อ. สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที เปิดเผยว่า ปัจจุบันกระทรวงไอซีทีได้ปิดเว็บไซต์ที่กระทำผิดพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ ไปแล้วกว่า 50,000 เว็บไซต์ โดยเว็บไซต์ที่พบมากที่สุด เป็นเว็บเกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศ รองลงมาเป็นเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องในเชิงเศรษฐกิจ เช่น เว็บการพนันออนไลน์ที่ทำให้เกิดการหมุนเวียนของเงินออกนอกประเทศเป็นจำนวน มาก เนื่องจากฐานของเว็บไซต์พนันออนไลน์จะตั้งอยู่ต่างประเทศ และสุดท้ายเว็บไซต์ที่กระทบสังคมและวัฒนธรรม เช่น เนื้อหาเกี่ยวกับลามกอนาจารซึ่งส่งผลกระทบต่อเยาวชนโดยตรง ซึ่งจากปัญหาดังกล่าวทางกระทรวงมีหน่วยงานที่ดูแลและรับผิดชอบเรื่องเว็บไซ ต์คือ ศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางอินเทอร์เน็ต หรือ ISOC แต่ทั้งนี้ ศูนย์ ISOC ในขณะนี้ก็ยังมีอำนาจ ขอบเขตและประสิทธิภาพการทำงานที่ยังมีข้อจำกัดในหลายเรื่อง อาทิ ด้านเทคนิคและความสามารถในการเฝ้าระวังและกลั่นกรองเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาไม่ เหมาะสมยังเป็นมาตรฐานขั้นต่ำ จึงจำเป็นต้องจัดตั้งโครงการจัดจ้างที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคง ปลอดภัยทางเทคโนโลยีสารสนเทศและพัฒนาแนวทางรับมือกับภัยไอซีที เพื่อมาทำหน้าที่เพิ่มประสิทธิภาพและศักยภาพในด้านการกลั่นกรองเว็บไซต์ เพิ่มศักยภาพบุคคลากรของศูนย์ ISOC จัดทำแผนรับมืออาชญากรรมคอมพิวเตอร์และระบบรักษาความมั่นคงต่อประเทศ ทั้งแบบระยะสั้นเพื่อรับมือกับสถานการณ์บ้านเมืองหรือแผนระยะยาวเพื่อการ จัดการปัญหาทางอินเทอร์เน็ตที่ได้ผลจริง

ที่มา: ฐานเศรษฐกิจ, 7 พ.ค. 2553